Make your own free website on Tripod.com

 

โครงการพิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต


พระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินานาถ
พระราชทานแก่ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า
บ้านสร้างถ่อน้อย ตำบลสร้างถ่อนอก อำเภอตัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ
เมื่อ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๘

"ข้าพเจ้าถือว่าวันนี้ เป็นวันที่เป็นมิ่งมหามงคล ที่ประเทศไทยได้มีประชาชน เป็นจำนวนมากที่อาสา ที่จะปกป้องรักษาป่า ในผืนแผ่นดินเรา อันที่จริงการปฎิญาณรักษาป่านี้ เป็นประโยชน์แก่พวกเราทุกๆ คน และลูกหลานของเราในอนาคต เพราะเมืองไทย ไม่มีแหล่งน้ำจืดที่ไหนเลย นอกจากป่า ป่าเป็นแหล่งน้ำจืด ป่าเป็นที่เก็บขังน้ำบริสุทธิ์ สำหรับพวกเราได้ทำมาหากิน ได้บริโภค เผื่อว่าผืนดินของเรานี้ จะได้เป็นผืนดินที่เป็นประโยชน์ ให้ชีวิตของพวกเราอย่างแท้จริง ที่เราเป็นนักเกษตรกรรม, กสิกรรม ถ้าขาดต้นไม้ ขาดป่า เราก็ขาดความชุ่มชื้น

ความชุ่มชื้นนี้ หมายถึง ฝนตกต้องตามฤดูกาล ต้นไม้นี้เป็นของมีประโยชน์มากเขาจะระเหย ความชุ่มชื้น ขึ้นไปบนท้องฟ้าไปผสมกับ ส่วนประกอบในท้องฟ้า ทำให้มีฝนตกต้องตามฤดูกาล และเมื่อฝนฟ้าตกลงมาเขาก็จะเก็บน้ำไว้ที่ตัวต้นไม้ และก็ในรากทำให้เกิดน้ำใต้ดิน ที่สมบูรณ์ อย่างที่เวลาเราขุดน้ำ ที่ผืนดินเราก็จะได้น้ำ อย่างสมบูรณ์ แม้ว่าฝนจะแล้ง ไปชั่วระยะหนึ่ง\

เพราะฉนั้นข้าพเจ้าถือว่า เป็นนิมิตรหมายที่ คนไทยตื่นตัวรู้จักว่าน้ำ เป็นส่วนสำคัญในโลกอันทจริงี่ แล้ว นักวิชาการทั่วโลกพูดว่า น้ำนี้เป็นของจำกัดในโลกนี้ ไม่ว่าประเทศใดทั้งนั้น และต้นไม้นี้เอง เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้แผ่นดินชุ่มชื้น และก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ฝนฟ้าตก เดี๋ยวนี้ท่านทั้งหลาย คงจะได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่จะพูดว่า สมัยนี้ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลทำให้การเพาะปลูกลำบาก ประเทศไทยเรามีชื่อเสียงมานาน

ในฐานะที่ว่า เป็นประเทศที่สามารถ ผลิตพืชพันธุ์ธัญญาหาร เลี้ยงตนเอง เรามีข้าวบริโภคเราม ีอาหารต่างๆ เลี้ยงตัวเอง ซึ่งข้าพเจ้าอยากให้ท่าน ทั้งหลายทราบว่า ความสำเร็จอันนี้ ไม่ใช่ของง่าย เดี๋ยวนี้ทั่วโลกหลายประเทศ หยุดการเป็นประเทศ ที่ผลิตอาหารเลี้ยงตัวเอง ต้องสั่งซื้อต้องนำมาจาก ประเทศต่างๆ ซึ่ง ทำให้การตัดสินใน ของประเทศนั้นๆ ไม่เป็นอิสระเสรีภาพเท่าที่ควร

เพราะฉนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ถือว่าวันนี้เป็นวันที่นิมิตรดี ท่านทั้งหลายราษฎร ของประเทศไทย ลุกขึ้นมาร่วมกัน รักษาทรัพยากรที่หายาก ที่สุดในโลก และไม่มีวันที่จะเพิ่มขึ้น ี่ในโลกนี้คือ น้ำ น้ำที่เป็นสายธารแห่งชีวิต น้ำที่เป็นผู้ชุบชีวิตเราตั้งแต่ก่อนเราเกิดเวลาที่เรา อยู่ในท้องแม่ เราต้องลอยอยู่ในน้ำ เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน ที่จะเกิดมีแก่ชีวิตของพวกเรา ที่ยังเป็นเด็กเล็กๆ อยู่ เพราะฉนั้น ในการที่ท่านมีความปราถนาดี ที่จะพิทักษ์ทรัพยากรที่สำคัญ ที่สุดของชีวิตมนุษย์

ข้าพเจ้าขออวยพร ให้ท่านทั้งหลาย ประสบความสำเร็จ สมดั่งประสงค์ทุกประการซึ่งความสำเร็จ ของท่าน หมายถึง ความสำเร็จของประเทศไทย และคนไทยในอนาคตนั่นเอง ซึ่งบัดนี้คนทั้งหลาย ไม่ทราบว่าที่เราตัดป่า เราทำลายแหล่งชีวิตของเรา ข้าพเจ้าจึงเลือกคำว่า "พิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต " จากพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้ "คน" กับ "ป่า" อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข โดยพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ทำให้ราษฎรทุกหมู่เหล่า ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ได้ร่วมแรงร่วมใจกัน อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ใกล้ชุมชน เป็นผลให้ป่าไม้ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มรักษาไว้ได้มากขึ้น จึงได้พระราชทานแนวพระราช ดำริให้ราษฎร อยู่ร่วมกับป่าไม้อย่างสันติสุข พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โดยชุมชน/หมู่บ้านได้มี การจัดตั้งองค์การ ในการร่วมกันดูแลรักษาป่า และสภาพแวดล้อม แหล่งต้นน้ำลำธาร

โครงการนี้ มีกิจกรรมหลัก ๒ ประเภท คือ

๑. โครงการฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้ "คน" กับ "ป่า" อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข โดยพึ่งพาอาศัย ซึ่งกันและกัน เพื่อเป็นแนวทาง ที่จะทำให้เกิดการพิทักษ์ อนุรักษ์ และฟื้นฟู สภาพป่าให้คงประโยชนอย่างยั่งยืนได์ ้ พระราชดำรินี้ ทำให้ราษฎรทุกคน ต่างสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณ ได้ร่วมแรงร่วมใจกัน อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ใกล้ชุมชน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการฝึกอบรมตาม โครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า ( รสทป. )เป็นการฝึกอบรมราษฎรในชุมชนให้มีความรู้ ความเข้าใจ ต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ปลูกฝังความรัก และหวงแหนทรัพยากรป่าไม ้ในท้องถิ่นของตน รวมทั้งคอยดูแล สอดส่อง มิให้มีการบุกรุก และลักลอบตัดไม ้ทำลายป่าแทน เจ้าหน้าที่ของรัฐโครงการฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า(รสทป.)

ความเป็นมาโครงการ
กองทัพภาคที่ ๒ และ กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค ๒ ได้เล็งเห็นถึงปัญหา การสูญเสียทรัพยากรป่าไม้ ที่ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ ตามแนวชายแดน ลำพังเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะเจ้าหน้าท ี่ป่าไม้ คงเกินขีดความสามารถ ที่จะรักษาไว้ได้ หากไม่ได้รับการสนับสนุน จากหน่วยงานอื่น และประชาชนในพื้นที่ จากปัญหาดังกล่าว กองทัพภาคที่ ๒ และ กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค ๒ จึงได้ริเริ่ม "โครงการ ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.)" ขึ้น เพื่อกระตุ้น และสร้างจิตสำนึก ให้กับประชาชน ที่อยู่ใกล้กับแนวเขตป่า ให้เห็นถึงคุณค่า และความสำคัญของป่าไม้ เลิกการตัดไม้ทำลายป่า แล้วหันมาช่วยกันดูแลรักษาป่า

ซึ่งโครงการดังกล่าว ได้เริ่มดำเนินการในพื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน ๘ อำเภอ ๘๐ หมู่บ้าน เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๓๗ โดยกรมทหารราบเฉพาะกิจที่ ๖ ร่วมกับ จังหวัดอุบลราชธานี ป่าไม้เขตอุบลราชธานี และป่าไม้จังหวัดอุบลราชธานี โดยกรมป่าไม้ ได้สนับสนุนงบประมาณ ในการฝึกอบรม จำนวน ๙๑๒,๐๐๐ บาท มีราษฎรเข้ารับการฝึกอบรม ทั้งสิ้น ๑๖,๐๐๐ คน

กองทัพภาคที่ ๒ และ กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค ๒ ได้ทำการประเมินผลโครงการฝึกอบรม ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า ดังกล่าวแล้วเห็นว่า เป็นโครงการที่มีผลต่อ การดูแลรักษาป่า และยังปลูกฝังจิตสำนึก ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สร้างทัศนคติที่ดี ต่อการให้ความร่วมมือ กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการดำเนินงานป้องกัน รักษาป่าให้กับ ประชาชนได้ดี กองทัพภาคที่ ๒ และ กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค ๒จึงได้ทำ การขยายผลโครงการนี้ ไปยังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่ง กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค ๒ ส่วนแยก ๑ เป็นหน่วยรับผิดชอบ ดำเนินการ

โดยกำหนดให้ โครงการฝึกอบรมราษฎร อาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) เป็นโครงการของ ศูนย์ป้องกัน และปราบปรามการลักลอบ ทำลายทรัพยากรป่าไม้ภาคที่ ๒ และได้เสนอโครงการฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัคร พิทักษ์ป่า (รสทป.) ให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณในฐานะ์ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการลักลอบ ทำลายทรัพยากรป่าไม้พิจารณาสนับสนุน โครงการฯ และ งบประมาณ ในชั้นต้น มีกำหนด ๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ - ๒๕๔๑งบประมาณ การฝึกอบรม ปีละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๑๐๐ รุ่น/ปี

การดำเนินงานตามโครงการ ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงทราบ และให้ความสนพระทัย เป็นอย่างยิ่ง โดยได้มีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงพระราชทานธง "พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต" ให้กับกลุ่มราษฎร, หมู่บ้าน และ ชุมชน ที่สามารถดูแลรักษาป่าไว้ได้ ในโอกาสทพระองค์ทรงเสด็จี่ พระราชดำเนิน แปรพระราชฐาน ณ ตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เป็นประจำทุกปี ซึ่งมีตัวแทนของราษฎรเข้ารับ พระราชทานธงด้วย และในปัจจุบันโครงการ ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) ได้ทำการขยายผล ไปสู่พื้นที่ต่างๆ ของประเทศแล้ว

วัตถุประสงค

๑. สร้างจิตสำนึกร่วมกัน ของราษฎรในพื้นที่ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน จนถึงระดับชุมชนใหญ่ ให้เกิดความรักหวงแหน และความเป็นเจ้าของป่าด้วยกัน
๒. สร้างจิตสำนึกและอุดมการณ์ร่วมกัน ในการป้องกันรักษาป่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐ กับราษฎรในพื้นที่ให้เป็นรูปธรรม
๓. เพื่อให้ราษฎรผู้ผ่านการฝึกอบรม มีความรู้ ความเข้าใจ ต่อทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และวิธีการอนุรักษ์ ตลอดจนผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อขยายผลสูญาติพี่น้อง ในครอบครัวต่อไป
๔. เพื่อเป็นทักษะขั้นพื้นฐานที่ควรรู้ ให้กับราษฎรเพื่อสิทธ ิและประโยชน์อันพึงได้รับจากรัฐ
๕. เพื่อจัดตั้งองค์กร ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) ในชุมชน

เป้าหมาย
๑. ราษฎรในหมู่บ้าน ที่อยู่ชิดพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ และป่าสงวนแห่งชาติ และเป็นความเร่งด่วนอันดับ ๑
๒. ราษฎรในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ชิด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ออกมาตามลำดับ เป็นความเร่งด่วนอันดับ ๒

๒. โครงการธงพิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต

เป็นการคัดเลือก หมู่บ้าน/ชุมชน ที่ให้ความร่วมมือ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไมในชุมชน้ ของตนเอง ให้มีสภาพอุดมสมบูรณ ์ไม่มีการลักลอบตัดไม้ ทำลายป่า หรือบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งทำการคัดเลือก โดยคณะอนุกรรมการ ดำเนิน โครงการธง "พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต" แล้วทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อขอพระราชทานธง "พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต" ให้กับชุมชน ลักษณะของธง จะปรากฏภาพช้าง อยู่ในป่าอยู่ภายใต ้พระปรมาภิไธยย่อ สก.คณะกรรมการ โครงการธง "พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต" จึงได้คัดเลือกชุมชน ที่มีผลงานอนุรักษ์ ทรัพยากรป่าไม้ เป็นผลดี เข้ารับพระราชทานธงพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต ตั้งแต่ ปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ เป็นต้นมา โครงการธง "พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต"